ทำไมถึงเลือก NC!

การเรียนการสอนที่มุ่งให้ผู้เรียนมีทักษะในการเรียนรู้ด้วยตัวเอง

สถาบันนิวเคมบริดจ์ (ประเทศไทย) มุ่งเน้นให้ผู้เรียนเป็นศูนย์กลางในการเรียนรู้ (Learner Autonomy) โดยอาจารย์จะเป็นผู้ชี้แนะเท่านั้น ผู้เรียนจะต้องหมั่นทำงานส่งอาจารย์ในเวลาที่กำหนด ทบทวนบทเรียน ค้นคว้าหาความรู้เพิ่มเติมเอง และฝึกทักษะต่างๆนอกห้องเรียนเองด้วย ซึ่งจะเป็นการฝึกให้ผู้เรียนมีความรับผิดชอบและมีระเบียบวินัยในการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องมากขึ้น ซึ่ง Learner Autonomy นี้เป็นระบบการเรียนการสอนที่ใช้กันในชาติตะวันตกอย่างแพร่หลาย ต่างกับการสอนแบบไทยที่ผู้สอนมักจะป้อนข้อมูลทุกอย่างให้ผู้เรียน ดังนั้นเมื่อเรียนจบไปแล้ว ก็มักไม่เกิดการเรียนรู้หรือพัฒนาตนเอง

สถาบันฯ ได้ปรับหลักสูตรต่างๆ ให้ตรงตามความต้องการของผู้เรียนมากที่สุด อาทิหลักสูตรเตรียมตัวสอบ IELTS นั้นเราเน้นเนื้อหาเทคนิคการทำข้อสอบ IELTS เป็นหลัก แต่จะมีวิธีการนำเสนอที่แตกต่างกัน เช่น การทำกิจกรรมในห้องเรียน การทำแบบฝึกหัด เป็นต้น การเรียนในห้องเรียนจะเป็นการสอนสด โดยผู้เรียนจะมีไม่เกิน 15 คนต่อ 1 ห้อง ทำให้อาจารย์สามารถดูแลผู้เรียนได้อย่างทั่วถึง และทุกคนจะต้องมีส่วนร่วมในการเรียน เป็นการฝึกให้ผู้รียนคิดวิเคราะห์ด้วยตนเองอยู่ตลอดเวลา

ปัจจัย 3 ประการสู่ความสำเร็จในการเรียนนั้นคือ

   1.ผู้เรียน
   2.ผู้สอน
   3.หลักสูตรและวิธีการ

ผู้เรียนนั้นเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดที่ก่อให้เกิดผลสำเร็จดังนั้นสถาบันฯ ไม่สามารถรับรองผลได้ว่า เด็กที่เรียนกับเรา จะได้คะแนน IELTS ตามที่ต้องการทุกคนในระยะเวลาที่กำหนด (เช่นเดียวกับสถาบันภาษาชั้นนำทั้งในอังกฤษและสหรัฐอเมริกา)  การรับรองผลนั้นเป็นเพียงเครื่องมือทางการตลาดเท่านั้น เคล็ดลับที่สำคัญที่สุดคือผู้เรียนได้ทบทวนบทเรียนนอกห้องเรียนมากน้อยเพียงใด เพราะฉะนั้น ผู้เรียนต้องหมั่นฝึกฝนทักษะต่างๆด้วยตนเอง โดยสถาบันฯ มีศูนย์การเรียนรู้ด้วยตัวเอง (Self Access Centre)  พร้อมทั้งแบบฝึกหัดต่างๆเตรียมไว้ให้ เช่น ห้องฝึกทักษะการฟัง มุมอ่านหนังสือ ห้องเรียนฝึกทักษะการพูด (Speaking Club) การเขียน (Writing Club)และการติวเข้มพิเศษก่อนสอบ (Bonus Tutorial) ดังนั้น ผู้เรียนควรจะใช้ประโยชน์จากสิ่งอำนวยความสะดวกเหล่านี้ให้มากที่สุด เพื่อทำให้คะแนนสอบ IELTS เป็นไปตามที่คาดหวังไว้โดยเร็ว

การเรียนเพื่อสอบ IELTS นั้นสามารถแบ่งเป็น 2 แบบคือ

1. เรียนระยะสั้นเพื่อทำข้อสอบ
ผู้เรียนมักทำคะแนนสอบได้เท่าความสามารถจริงที่มีอยู่หรือเพิ่มได้เพียงเล็กน้อย ( 0.5 band ) เช่น ผู้เรียนมีความสามารถจริงที่ 6 ถ้าเรียนระยะสั้นอาจทำคะแนนได้ 6 หรือ 6.5 แต่ถ้าไม่เตรียมตัวสอบเลย อาจได้แค่ 5 หรือ 5.5 เพราะขาดเทคนิคการทำข้อสอบ

ข้อเสียคือ ผู้เรียนอาจทำคะแนนได้ถึง 6.5 แต่ต้องประสบปัญหาด้านภาษาเมื่อไปเรียนที่ต่างประเทศจริงๆ เพราะ 6.5 นั้น อาจเป็นคะแนน 6.5 อ่อนๆ หรือ 6.5 ไม่แท้จริง (เน้นเทคนิคการทำข้อสอบอย่างเดียว)

2. เรียนระยะยาวเพื่อทำข้อสอบและยกระดับความสามารถทั้ง 4 ทักษะ
เช่น ผู้เรียนมีความสามารถจริงที่ 6 เมื่อเรียนอย่างต่อเนื่องก็สามารถเพิ่มความสามารถทั้ง 4 ทักษะได้อย่างถาวร โดยอาจทำได้ 7 หลังจากเรียนไป 2-3 คอร์สและฝึกฝนด้วยตัวเองอย่างหนัก

ข้อดีคือ ผู้เรียนมีความสามารถทางภาษาเพิ่มขึ้นอย่างแท้จริง สามารถโต้ตอบกับอาจารย์และเพื่อนร่วมชั้นใน ต่างประเทศได้อย่างดี ทำให้การเรียนเกิดประสิทธิภาพและคุ้มค่ากับเงินลงทุนเป็นล้าน (ปริญญาโท) ที่เสียไป